ธมฺมปิฎกตฺเถรสมฺภาวนคาถา


ปฐฺยาอริยา

 
เถโร หิ "ธมฺมปิฎโก"
สุวณฺณรฎฺฐนิวาสี
วิชฺชาลยาภิปารคุ
ไทย-รฏฺเฐ อภิชาโต
เทวปุรา อภิยาจิต-
อุปฺปนฺนํ อพฺพุทํว
ยทา หิ ยํ อุทฺธมฺมํ
ตทาปิ ตํ อุปฺปนฺนํ
สมฺมาสมฺพุทฺธธมฺม-
ธมฺมวิหารี โลเก
อพฺภุคฺคตกิตฺติสโร
สฺยาปเทปยตีนํ

อิจฺเจว ราชสุทินฺนาโมหุ
สฺยามปเทสวรเมธิภิกฺขุ
นานาสิปฺเป วิสารโท พฺยตฺโต
ปุตฺโต ชินสาสนุปถมฺโภ
วรเทวสุตปฏิภาคสุวิสฺสุโต
วูปสเมตุง อิธาคโตหุ
อุพฺพินยํ เจว ทีปยนฺติ ยตี
วูปสเมติ ชินสาสเนน
ปคฺคหภูโต หิตตฺถคเวสโก
วิหาสิ ธมฺมํ ปวตฺตยิตฺถ
โลเก สมฺภาวิโต ครุปูชิโต
ปทีปสทิยสติปากโฏหุ.

นายรังษี สุทนต์ ป.ธ. ๙
โครงการชำระพระไตรปิฎก มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ประพันธ์ถวายด้วยความเลื่อมใสยิ่ง มกราคม ๒๕๔๒



สัมภาวนกถาพระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)
 
          เพชรน้ำเอกพระเถระแดนสยาม
สุพรรณบุรีไทยทั่วทราบชั่วกาล
          จริยวัตรงามล้ำพุทธบุตร
เฝ้าปกป้องแหนหวงดัง
          คดีโลก-ธรรม จำแนกได้แตกฉาน
ชี้สังคมเปลี่ยนปรับไม่อับจน
          ชาวไทยเทศทั่วหล้าเห็นปรากฏ
สอนหลักธรรมหลากหลายทางสายกลาง
          เทพประทานจากฟ้าลงมาเกิด
ธรรมปฏิรูปแผดกล้า ณ คราใด
          สร้างหลักที่ถาวรบวรศาสน์
มวลฝรั่งยังศรัทธาหันมายล
          สิบสองมกรานี้ ปีสี่สอง
อายุท่านพร่างพริบหกสิบปี
          จึงมวลศิษย์มุทิตาสักการะ
จะยึดแนวเยี่ยงท่านดำเนินไป
          ขออำนาจพระไตรรัตน์เป็นฉัตรป้อง
ประสพแต่สรรพสิ่งมิ่งมงคล
          แม้นกิเลสนานาโรคาพยาธ
สถิตย์มั่นในร่มฉัตรพระรัตน์ตรัย

ทินนามพระธรรมปิฎกที่โลกขาน
ถิ่นตำนานแดนปราชญ์ของชาติไทย
เชิดชูพุทธศาสนานั้นหาไหน
เทิดทูนไว้อำนวยสุขทั่วทุกคน
ผู้เชี่ยวชาญเอกอุบรรลุผล
ครามืดมนแนะวิถีช่วยชี้ทาง

เหลือกำหนดความดีที่สรรค์สร้าง
ฉุดพ้นทางทุกข์เข็นร่มเย็นใจ
ผู้ประเสริฐแจ่มจริงที่ยิ่งใหญ่
ระงับได้ด้วยหลักธรรมประจำตน

ป่าวประกาศ พุทธธรรม ป้องมิหมองหม่น

สาธุชนชาวโลกซ้องก้องปฐพี

งามเรืองรองผ่องผลมงคลศรี

ชื่นฤดียิ้มย้ำผ่องอำไพ
คารวะจิตเปี่ยมด้วยเลื่อมใส
เป็นธงชัยนำก้าวหน้าสู่สากล
ค้ำประคองยืนนานร้ายกาลฝน
บันดาลดลความสุขในหทัย
จงแคล้วคลาดกัปป์กัลป์มิหวั่นไหว
รุ่งเรืองรองเป็นหลักชัยตลอดกาล
นิรันดร์เทอญฯ

ถอดความประพันธ์โดย
พระมหาสังวร วรกวินฺโท (อ่อนสนิท) ป.ธ. ๙, พธ.บ.

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ข้อมูลจาก: วัดญาณเวศกวัน และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย